โซลาร์เซลล์ไม่มีแดดผลิตไฟได้ไหม? รู้คำตอบวันที่มีเมฆ ฝนตก กลางคืน และปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตไฟ พร้อมสิ่งที่ควรเช็กก่อนติดตั้ง

หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก่อนติดตั้ง โซลาร์เซลล์ คือ ถ้าวันไหนไม่มีแดด ฝนตก หรือท้องฟ้ามีเมฆมาก ระบบยังผลิตไฟได้หรือไม่?
คำตอบคือ ยังสามารถผลิตไฟได้ หากยังมีแสงตกกระทบแผง แต่ปริมาณไฟที่ผลิตได้จะลดลง เมื่อเทียบกับช่วงที่มีแสงแดดเหมาะสม เพราะแผงโซลาร์เซลล์ใช้พลังงานจาก “แสง” ไม่ได้อาศัยความร้อนจากแดดโดยตรง
แผงโซลาร์เซลล์ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ ปริมาณแสงที่ตกกระทบแผง
ในช่วงกลางวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ระบบมีโอกาสผลิตไฟได้มากกว่า ส่วนวันที่มีเมฆ ฝนตก หรือแสงน้อย ปริมาณไฟที่ผลิตได้ก็จะลดลงตามสภาพแสง
ผลิตได้ เพราะยังมีแสงบางส่วนผ่านเมฆมาถึงแผง
แต่กำลังการผลิตอาจลดลงจากวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส โดยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
ความหนาของเมฆ
ช่วงเวลาของวัน
ทิศทางแผง
เงาบัง
ประสิทธิภาพของแผง
สภาพอากาศในขณะนั้น
ดังนั้น “ไม่มีแดดจัด” ไม่ได้หมายความว่าระบบหยุดผลิตไฟทันที
หากยังเป็นเวลากลางวันและมีแสง ระบบยังสามารถผลิตไฟได้ แต่โดยทั่วไปจะลดลงตามความเข้มของแสง
ช่วงที่ฝนตกหนักและท้องฟ้ามืดมาก กำลังการผลิตก็อาจลดลงมากกว่าช่วงที่มีเมฆบาง ๆ
จึงไม่ควรประเมินประสิทธิภาพของระบบจากวันใดวันหนึ่ง แต่ควรดูปริมาณพลังงานที่ผลิตได้ในภาพรวมตามช่วงเวลา
ไม่ได้ เพราะไม่มีแสงอาทิตย์เพียงพอให้แผงผลิตพลังงาน
สำหรับระบบ On Grid ช่วงกลางคืนบ้านจะกลับมาใช้ไฟจากระบบการไฟฟ้าตามปกติ
หากต้องการเก็บพลังงานที่ผลิตในช่วงกลางวันไว้ใช้ภายหลัง จะต้องเป็นระบบที่รองรับการจัดเก็บพลังงานและมีแบตเตอรี่ที่เหมาะสม ซึ่งแตกต่างจากระบบ On Grid ทั่วไป
ไม่จำเป็น
แม้วันที่แดดจัดจะมีแสงมาก แต่แผงโซลาร์เซลล์ไม่ได้ผลิตไฟจาก “ความร้อน” และอุณหภูมิของแผงที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของแผงตามคุณสมบัติของแต่ละรุ่น
ดังนั้นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ แสงที่ได้รับ ตำแหน่งติดตั้ง ทิศทางแผง และการลดเงาบัง มากกว่าการมองว่าอากาศยิ่งร้อนยิ่งผลิตไฟได้มาก

นอกจากสภาพอากาศแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่มีผล เช่น
ต้นไม้ อาคาร เสา หรือสิ่งปลูกสร้างที่บังแผงในบางช่วงเวลา อาจลดปริมาณแสงที่แผงได้รับ
ทิศทางหลังคาและองศาการติดตั้งมีผลต่อช่วงเวลาที่แผงสามารถรับแสงได้
หากพื้นผิวแผงมีฝุ่น ใบไม้ หรือสิ่งสกปรกสะสมมาก อาจลดปริมาณแสงที่เข้าสู่แผงได้
การเลือกขนาดระบบควรพิจารณาพฤติกรรมการใช้ไฟของบ้านด้วย โดยเฉพาะปริมาณการใช้ไฟในช่วงกลางวันที่ระบบกำลังผลิตไฟ
บ้านที่ควรพิจารณาติดตั้งโซลาร์เซลล์มักมีลักษณะ เช่น
มีการใช้ไฟช่วงกลางวันเป็นประจำ
มีหลังคาที่รับแสงได้ดี
ไม่มีเงาบังมากเกินไป
มีพื้นที่หลังคาเพียงพอ
ต้องการลดการใช้ไฟจากระบบในช่วงที่โซลาร์เซลล์ผลิตพลังงาน
ระบบไฟฟ้าภายในบ้านพร้อมรองรับ
สิ่งสำคัญคือไม่ควรเลือกขนาดระบบจากขนาดบ้านเพียงอย่างเดียว แต่ควรดู ค่าไฟและรูปแบบการใช้ไฟจริง ร่วมด้วย
การสำรวจช่วยตรวจสอบว่าหลังคาและระบบไฟฟ้าของบ้านเหมาะกับการติดตั้งหรือไม่ โดยควรพิจารณาเรื่องหลัก ๆ ได้แก่
พื้นที่หลังคา
ทิศทางรับแสง
เงาจากต้นไม้หรืออาคาร
ลักษณะและโครงสร้างหลังคา
ตำแหน่งติดตั้งแผง
จุดติดตั้ง Inverter
ระบบไฟฟ้าของบ้าน
แนวเดินสาย
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยใช้ประกอบการเลือกขนาดระบบให้เหมาะกับบ้านจริง

หากกำลังพิจารณาติดตั้ง Solar สามารถเลือกใช้บริการจาก ช่างดี (CHANGD) ตามความพร้อมของหน้างาน
เหมาะสำหรับบ้านที่ยังไม่แน่ใจว่าหลังคาเหมาะกับการติดตั้งหรือควรเลือกขนาดระบบเท่าไร
การสำรวจช่วยประเมินพื้นที่หลังคา จุดติดตั้ง สภาพโครงสร้าง และระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินงาน
เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการติดตั้งระบบ On Grid เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ร่วมกับระบบไฟฟ้าภายในบ้านในช่วงที่มีแสง
ก่อนติดตั้งควรประเมินพื้นที่หลังคาและพฤติกรรมการใช้ไฟ เพื่อดูว่าขนาดระบบเหมาะกับบ้านหรือไม่
ช่างดีมีบริการติดตั้งชุด On Grid สำหรับแผงขนาด 630W หรือมากกว่า โดยมีตัวเลือกแผง เช่น Longi, JA Solar, Jinko และ Trina ตามรายละเอียดบริการ
ควรเลือกจำนวนและขนาดชุดให้สัมพันธ์กับพื้นที่ติดตั้งและความต้องการใช้ไฟจริง
โซลาร์เซลล์ไม่มีแดดจัดก็ยังสามารถผลิตไฟได้ หากยังมีแสงตกกระทบแผง แต่กำลังการผลิตจะลดลงตามสภาพแสง ส่วนเวลากลางคืนแผงจะไม่ผลิตไฟ
ประสิทธิภาพของระบบจึงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้ง
แสงแดด + เงาบัง + ทิศทางหลังคา + พื้นที่ติดตั้ง + ขนาดระบบ + พฤติกรรมการใช้ไฟ
หากกำลังพิจารณาติดตั้งโซลาร์เซลล์ ควรเริ่มจาก สำรวจหน้างานติดตั้งชุดเซตแผงโซล่าเซลล์ เพื่อประเมินพื้นที่และระบบไฟก่อนเลือกขนาด Solar ให้เหมาะกับบ้าน
จองและติดตามบริการช่างดีได้ทุกช่องทาง:
Call Center : 1160
Facebook : ChangDeeService
Line Official : @Changdee
TikTok : changDofficial