ติดตั้งเครื่องกรองน้ำต้องเตรียมอะไรบ้าง เช็กจุดน้ำเข้า ก๊อกน้ำ พื้นที่ใต้ซิงก์ ท่อน้ำทิ้ง ปลั๊กไฟ และระยะเปลี่ยนไส้กรองก่อนช่างเข้าหน้างาน


เครื่องกรองประเภทนี้ใช้พื้นที่ไม่มาก และเชื่อมต่อเข้ากับปลายก๊อกน้ำหรือวางบนเคาน์เตอร์ เหมาะกับพื้นที่ที่ไม่สามารถเจาะท็อปหรือติดตั้งระบบใต้ซิงก์ได้
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ ได้แก่
รูปแบบเกลียวของก๊อกน้ำ
ระยะห่างระหว่างก๊อกกับผนัง
พื้นที่วางเครื่องบนเคาน์เตอร์
ความยาวสายเชื่อมต่อ
จุดที่สามารถถอดล้างและเปลี่ยนไส้กรองได้
ก๊อกแบบดึงสาย ฝักบัว หรือก๊อกที่มีหัวรูปทรงเฉพาะ อาจไม่สามารถต่ออะแดปเตอร์มาตรฐานได้
เครื่อง RO มีองค์ประกอบมากกว่ารุ่นทั่วไป เช่น
ชุดไส้กรอง
กระบอกเมมเบรน
ถังเก็บน้ำ
ก๊อกน้ำดื่ม
ท่อน้ำทิ้ง
ปั๊มเพิ่มแรงดันในบางรุ่น
อะแดปเตอร์ไฟในบางรุ่น
ระบบ RO จึงต้องมีพื้นที่ใต้ซิงก์มากกว่า และต้องเตรียมทั้งจุดน้ำเข้า จุดระบายน้ำ และตำแหน่งติดตั้งก๊อกแยก คู่มือติดตั้งระบบ RO ระบุขั้นตอนเชื่อมต่อท่อน้ำเย็น ติดตั้งก๊อก และต่อท่อน้ำทิ้งเข้ากับระบบระบายน้ำใต้ซิงก์
เครื่องกรองน้ำใต้ซิงก์ส่วนใหญ่เชื่อมต่อกับท่อน้ำเย็น ไม่ควรต่อเข้ากับท่อน้ำร้อน เว้นแต่คู่มือของรุ่นนั้นระบุว่าสามารถรองรับได้
ก่อนติดตั้งควรตรวจสอบว่าใต้ซิงก์มี
วาล์วปิด–เปิดน้ำ
ท่อน้ำเย็น
ข้อต่อที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์
พื้นที่ติดตั้งข้อต่อแยกน้ำ
แรงดันน้ำที่เหมาะกับเครื่อง
ไม่มีรอยรั่วหรือสนิมบริเวณข้อต่อ
คู่มือเครื่องกรองน้ำบางรุ่นกำหนดให้ติดตั้งกับท่อน้ำเย็นเท่านั้น และระบุช่วงแรงดันน้ำที่ระบบรองรับ จึงควรยึดข้อมูลของเครื่องรุ่นจริงเป็นหลัก
หากจุดติดตั้งไม่มีวาล์วแยก อาจต้องเพิ่มวาล์วหรือข้อต่อสามทาง เพื่อให้สามารถปิดน้ำเฉพาะเครื่องกรองได้เมื่อต้องเปลี่ยนไส้กรองหรือซ่อมบำรุง
ไม่ควรต่อท่อโดยไม่มีจุดตัดน้ำ เพราะเมื่อเกิดการรั่วหรือจำเป็นต้องถอดเครื่อง อาจต้องปิดน้ำทั้งบ้าน
แรงดันน้ำต่ำเกินไปอาจทำให้เครื่องกรองน้ำไหลช้า โดยเฉพาะระบบ RO ที่ต้องใช้แรงดันดันน้ำผ่านเมมเบรน
แต่หากแรงดันสูงเกินช่วงที่ผู้ผลิตกำหนด อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อข้อต่อ ท่อ และตัวเรือนกรอง
อาการที่อาจบ่งบอกว่าแรงดันน้ำมีปัญหา ได้แก่
น้ำผ่านเครื่องช้ามาก
เครื่องทำงานต่อเนื่องผิดปกติ
ปั๊มทำงานบ่อย
ข้อต่อมีน้ำซึม
ท่อสั่นเมื่อเปิดน้ำ
ตัวกรองหรือถังเก็บมีเสียงผิดปกติ
ควรตรวจช่วงแรงดันจากคู่มือเครื่องก่อนติดตั้ง เพราะแต่ละรุ่นรองรับไม่เท่ากัน
พื้นที่ใต้ซิงก์ต้องรองรับทั้งตัวเครื่อง ท่อ และการเปลี่ยนไส้กรอง ไม่ควรวัดเฉพาะขนาดตัวเครื่องแล้วติดตั้งให้พอดีจนเกินไป
ควรตรวจวัด
ความกว้างภายในตู้
ความลึกของตู้
ความสูงใต้ซิงก์
ตำแหน่งท่อน้ำดี
ตำแหน่งสะดืออ่างและท่อน้ำทิ้ง
บานพับและโครงตู้
พื้นที่เปิดกระบอกกรอง
พื้นที่วางถัง RO
ระยะสำหรับถอดสายและข้อต่อ
คู่มือติดตั้งของผู้ผลิตระบุให้เลือกตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงชุดกรองและเปลี่ยนไส้กรองได้สะดวก โดยบางรุ่นกำหนดระยะพื้นที่ขั้นต่ำใต้ซิงก์ไว้ด้วย
ก่อนช่างเข้าหน้างานควรนำสิ่งของออกจากตู้ เช่น
น้ำยาทำความสะอาด
ถังขยะ
ภาชนะ
อุปกรณ์ครัว
ของมีคม
ของที่เสียหายจากน้ำได้
ควรเหลือพื้นที่ให้ช่างวางเครื่องมือ เจาะยึดชุดกรอง และทดสอบการรั่วหลังติดตั้ง
เครื่องกรองน้ำบางรุ่นต่อเข้ากับก๊อกหลักได้โดยตรง แต่หลายรุ่นต้องใช้ก๊อกน้ำดื่มแยก
ก่อนติดตั้งก๊อกแยกควรตรวจสอบว่า
ซิงก์หรือท็อปมีรูเดิมหรือไม่
สามารถเจาะเพิ่มได้หรือไม่
วัสดุท็อปเป็นชนิดใด
ใต้จุดเจาะมีพื้นที่ขันนอตหรือไม่
ก๊อกไม่ชนผนังหรือก๊อกหลัก
สามารถวางแก้วหรือภาชนะได้สะดวก
สายจากเครื่องไปยังก๊อกไม่หักพับ
คู่มือเครื่องกรองใต้ซิงก์ระบุว่าสามารถใช้รูเดิมบนซิงก์สำหรับติดตั้งก๊อกได้ หรือเจาะเพิ่มตามขนาดที่กำหนด โดยต้องตรวจวัสดุและพื้นที่ด้านล่างก่อนเจาะ
การเจาะท็อปหิน กระจก หินสังเคราะห์ หรือซิงก์เคลือบ ต้องใช้เครื่องมือและวิธีที่เหมาะสม หากเจาะผิดตำแหน่งอาจทำให้แตกร้าวหรือเสียหายถาวร
หากไม่ต้องการเจาะ อาจเลือกก๊อกแบบสามทางหรือระบบที่เชื่อมต่อเข้ากับก๊อกเดิม แต่ต้องตรวจสอบความเข้ากันได้กับเครื่องก่อนซื้อ
ระบบ RO แยกน้ำส่วนหนึ่งออกเป็นน้ำทิ้ง จึงต้องต่อท่อเข้ากับท่อน้ำทิ้งใต้ซิงก์
ตำแหน่งต่อควร
อยู่เหนือจุดดักกลิ่นหรือ P-trap ตามรูปแบบที่คู่มือกำหนด
ยึดแน่นและไม่รั่ว
ไม่พับหรือหักงอ
ไม่อยู่ในจุดที่น้ำย้อนกลับได้ง่าย
เข้าถึงเพื่อตรวจสอบได้
ไม่เจาะตรงรอยต่อหรือข้องอ
คู่มือติดตั้งระบบ RO ระบุการติดตั้งข้อต่อท่อน้ำทิ้งเป็นขั้นตอนเฉพาะ และควรจัดแนวท่อให้ถูกต้องเพื่อลดการรั่วและเสียงจากระบบระบายน้ำ
เครื่องกรองแบบทั่วไปที่ไม่มีระบบ RO อาจไม่ต้องใช้ท่อน้ำทิ้ง จึงควรตรวจสอบประเภทเครื่องให้ชัดก่อนเตรียมหน้างาน
เครื่องกรองน้ำแบบไม่ใช้ปั๊มอาจไม่ต้องใช้ไฟฟ้า แต่ระบบ RO บางรุ่น เครื่องกรองน้ำร้อน–เย็น หรือเครื่องที่มีหลอด UV หน้าจอ และระบบฆ่าเชื้อ อาจต้องใช้ปลั๊กไฟ
ปลั๊กควรอยู่ในตำแหน่งที่
สายไฟเข้าถึงได้
ไม่อยู่ในจุดน้ำหยดหรือมีน้ำขัง
ไม่ต้องใช้ปลั๊กพ่วงที่วางบนพื้น
สามารถถอดปลั๊กเพื่อบำรุงรักษาได้
มีระบบสายดินตามข้อกำหนดของเครื่อง
ไม่ใช้วงจรร่วมจนเกินกำลัง
ไม่ควรติดตั้งเต้ารับไว้ใต้จุดต่อท่อหรือข้อต่อที่มีโอกาสรั่วโดยตรง หากไม่มีจุดไฟ ควรให้ช่างไฟประเมินก่อนวันติดตั้ง
เครื่องกรองน้ำบางรุ่นต้องยึดหัวกรองหรือแผงเครื่องเข้ากับผนังตู้ เพื่อป้องกันการล้มและรักษาแนวท่อ
ควรตรวจว่า
ผนังตู้แข็งแรง
ไม่ผุหรือบวมจากน้ำ
ไม่มีท่อน้ำหรือสายไฟอยู่หลังจุดเจาะ
แผ่นตู้มีความหนาเพียงพอ
พื้นตู้รับน้ำหนักได้
ไม่มีรอยรั่วจากซิงก์เดิม
หากตู้เป็นแผ่นปาร์ติเคิลที่บวมแล้ว ควรซ่อมหรือเสริมฐานก่อนติดตั้ง เพราะสกรูอาจยึดไม่แน่นและความชื้นอาจทำให้เครื่องเสียหาย
ถังเก็บน้ำต้องตั้งในแนวที่ผู้ผลิตกำหนด และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับวาล์ว สาย และการถอดออกในอนาคต
ไม่ควร
วางถังเอียง
วางของหนักทับถัง
บีบท่อไว้หลังถัง
วางถังชิดบานพับ
วางในตำแหน่งที่ถอดออกไม่ได้
วางใกล้สารเคมีหรือแหล่งความร้อน
ก่อนซื้อควรวัดทั้งขนาดถังและขนาดตัวเครื่อง ไม่ควรประเมินจากภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว
ท่อเครื่องกรองน้ำควรเดินเป็นแนวที่ไม่ตึงเกินไปและไม่หักพับ เพราะอาจทำให้น้ำไหลช้า ข้อต่อรับแรง หรือเกิดการรั่วในระยะยาว
ควรหลีกเลี่ยงการเดินท่อผ่าน
รางลิ้นชัก
บานพับ
ขอบตู้คม
พื้นที่เก็บของหนัก
จุดที่โดนความร้อน
จุดที่มีการขยับบ่อย
บริเวณที่สัตว์เลี้ยงเข้าถึงได้
คู่มือของผู้ผลิตแนะนำให้วัดความยาวท่อให้เหมาะกับตำแหน่งจริง และวางแนวท่อโดยไม่ให้เกิดการบิดหรือพับ
เครื่องกรองน้ำแต่ละรุ่นออกแบบมาเพื่อจัดการคุณภาพน้ำต่างกัน เช่น
ตะกอน
กลิ่นและคลอรีน
ความกระด้าง
โลหะบางชนิด
สารละลาย
จุลินทรีย์
น้ำบาดาล
น้ำประปา
ไม่ควรเลือกเครื่องจากจำนวนขั้นตอนกรองเพียงอย่างเดียว ควรเลือกตามแหล่งน้ำและปัญหาที่ต้องการแก้
หากใช้น้ำบาดาล น้ำมีตะกอนสูง หรือมีความกระด้างมาก อาจต้องติดตั้งระบบกรองเบื้องต้นก่อนเข้าเครื่องดื่ม เพื่อช่วยลดภาระของไส้กรองและเมมเบรน
ตรวจสอบรายการต่อไปนี้ก่อนถึงวันนัด
ทราบประเภทและรุ่นของเครื่อง
มีวาล์วน้ำเย็นใต้ซิงก์
ข้อต่อและท่อน้ำเดิมไม่รั่ว
พื้นที่ใต้ซิงก์เพียงพอ
มีระยะสำหรับเปลี่ยนไส้กรอง
เคลียร์ของออกจากตู้
กำหนดตำแหน่งก๊อกน้ำดื่ม
ตรวจว่าสามารถเจาะท็อปได้
เตรียมจุดท่อน้ำทิ้งสำหรับระบบ RO
ตรวจว่าต้องใช้ปลั๊กไฟหรือไม่
ตรวจความแข็งแรงของผนังและพื้นตู้
เตรียมพื้นที่วางถังเก็บน้ำ
แจ้งช่างหากใช้น้ำบาดาลหรือแรงดันน้ำต่ำ
เตรียมคู่มือและอุปกรณ์ที่มากับสินค้า

มักเกิดจากไม่ได้วัดพื้นที่จริง หรือมีท่อน้ำ สะดืออ่าง และถังขยะกินพื้นที่มากกว่าที่คาด
ตัวเครื่องอาจติดตั้งชิดพื้นหรือผนังเกินไป จนไม่สามารถหมุนหรือดึงกระบอกกรองออกได้
อาจต้องเจาะท็อปเพิ่ม หรือเปลี่ยนไปใช้ก๊อกสามทางที่รองรับน้ำกรอง
ระบบ RO อาจไม่สามารถติดตั้งได้จนกว่าจะเตรียมข้อต่อท่อน้ำทิ้งให้เหมาะสม
เครื่องที่ใช้ปั๊ม UV หรือน้ำร้อน–เย็นอาจไม่สามารถทดสอบการทำงานได้
อาจต้องซ่อมวาล์วและข้อต่อเดิมก่อนติดตั้งเครื่องกรอง
ก่อนส่งมอบงานควรตรวจสอบ
ข้อต่อน้ำเข้าทุกจุด
ท่อจากเครื่องไปยังก๊อก
วาล์วของถัง RO
ข้อต่อท่อน้ำทิ้ง
การทำงานของปั๊ม
การไหลของน้ำกรอง
เสียงผิดปกติ
น้ำรั่วภายในตู้
ความมั่นคงของตัวเครื่อง
วิธีปิดน้ำฉุกเฉิน
หลังติดตั้งระบบใหม่ ควรล้างระบบหรือปล่อยน้ำทิ้งตามระยะเวลาที่คู่มือกำหนดก่อนนำมาดื่ม เนื่องจากขั้นตอนแตกต่างกันตามประเภทไส้กรองและรุ่นของเครื่อง
เครื่องแบบต่อปลายก๊อกอาจติดตั้งเองได้ตามคู่มือ หากข้อต่อเข้ากันได้และไม่ต้องแก้ไขระบบน้ำ
ควรเรียกช่างเมื่อ
ต้องเจาะซิงก์หรือท็อปครัว
ต้องเพิ่มวาล์วหรือแยกท่อน้ำ
เป็นระบบ RO
ต้องต่อท่อน้ำทิ้ง
ต้องเดินปลั๊กไฟใหม่
พื้นที่ใต้ซิงก์จำกัด
ท่อน้ำเดิมเก่าหรือมีรอยรั่ว
ใช้น้ำบาดาล
แรงดันน้ำไม่สม่ำเสมอ
ไม่แน่ใจวิธีต่อท่อและข้อต่อ
ช่างควรทดสอบระบบภายใต้แรงดัน ตรวจการรั่ว และอธิบายวิธีเปลี่ยนไส้กรองก่อนส่งมอบ